First Stage … Show Time
เปิดประเดิมศึกรถยนต์ทางเรียบครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี กับการแข่งขันรุ่นพิเศษที่ประลองความอึด ระหว่าง “รถและคน” เป็นรายการแรก ซึ่งจากการควอลิฟายด์ไปในวันแรก ทีมผู้นำบนกริดสตาร์ทของ รุ่น Super Production 1500 (ยางสลิค) เป็น “รถหมายเลข 28 ซึ่งทำเวลาไว้ดีที่สุดเพียง 2:03.238 นาที” ใน ขณะที่รุ่น Production 1500 (ยางเรเดียล) นั้นเป็น “รถหมายเลข 19 ทำเวลาดีที่สุด 2:10.550 นาที” โดยในการแข่งขันนั้นจะทำการปล่อยแบบ Rolling Start พร้อมกันไปทั้ง 2 รุ่น ใน Session แรก
ตามกติกาการแข่งขันนั้นในแต่ละทีมสามารถมีนักแข่งได้ทีมละไม่เกิน 3 คน แต่มีบางทีมก็มีนักแข่งเพียง 2 คนเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้นักแข่งในทีมต้องเพิ่มเวลาทำการแข่งขันที่มากขึ้น นั่นหมายถึงนักแข่งต้องมี “ความพร้อม” อย่างมากทีเดียว และรวมไปถึง “ความสมบูรณ์” ของรถแข่งด้วย
ธงเขียวโบกสะบัด หลังจาก Rolloing Start รถแข่งทั้งหมดพุ่งออกไปด้วยความเร็ว โดยต่างก็พยายามประคองตำแหน่งไว้ให้ดีที่สุด เพราะคงไม่มีใครอยากเสี่ยงให้ “รถพัง” ก่อนจบการแข่งขัน และแต่ละคันก็ต้องแข่งขันกับตัวเองเพื่อทำเวลาให้เร็วขึ้นในแต่ละรอบ และวิ่งให้ได้จำนวนมากขึ้นในแต่ละ Session ด้วย
ในรุ่น Super Production 1500 ผู้นำยังเป็นทีมหมายเลข 28 ที่มีนักขับเพียง 2 คนเท่านั้น ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันว่าจะ “อึด” กันแค่ไหน เข้าสู่ 15 นาทีแรก มีลุ้นเสียวประเดิมชัย เมื่อมีรถไปหมุนขวางแทรคอยู่ แต่ก็ยังกลับมาแข่งขันต่อได้ทันที ส่วนรอบการแข่งขันของผู้นำใน 15 นาทีแรกนี้ อยู่ที่ 9 รอบสนาม
20 นาทีแรกผ่านไป รถคันแรกก็ต้องออกจากการแข่งขันไปซะแล้ว เมื่อรถหมายเลข 81 พลาดท่าหลุดไปเสยรั้วกั้นที่จุด MP10 ก่อนโค้ง U-Turn ทำเอาล้อหน้าซ้ายหลุดไป ผ่านไปครึ่งชั่วโมงของ Session แรก การแข่งขันเริ่มดุเดือดขึ้น หลายคันเริ่มเบียดกันบ้าง กระแทกกันบ้าง และเริ่มเข้าพิทไปทำการเปลี่ยนตัวนักแข่ง เติมน้ำมัน และเซอร์วิสรถกันบ้างแล้ว และก็มีไม่น้อยเหมือนกันที่ต้องออกจากการแข่งขันใน Session แรก เนื่องจากรถมีปัญหา ซึ่งนอกจากในสนามแข่งขันที่ต้องทำเวลาให้เร็วขึ้นแล้ว การเข้าพิท ก็เป็นอีกสิ่งที่นักแข่งให้ความสำคัญ เพราะการใช้เวลาในพิทมากเกินไป ย่อมมีผลต่อชัยชนะเช่นกัน
และในปลายชั่วโมงแรกของ Session แรก อาการล้าของนักแข่งก็มีให้เห็นกันแล้ว เมื่อรถหมายเลข 57 นั้นเสียหลักหลุดออกไปชนกองยางเข้าเต็มๆ แต่โชคดีที่ยังทำการแข่งขันต่อไปได้ แต่รถหมายเลข 90 หนักกว่าเพราะต้องออกจากการแข่งขันไปอีกราย เพราะเกียร์ ได้ลากลับบ้านเก่าไปเรียบร้อย
ปลายชั่วโมงแรกของการแข่งขัน ความวุ่นวายทั้งในสนามแข่งขัน และพิทเลน เริ่มมีมากขึ้นอย่างชัดเจน ส่ววนผู้นำรถหมายเลข 28 ยังคงนำเป็นจ่าฝูงทำรอบไว้ที่ 28 รอบในชั่วโมงแรก แต่พอเข้าสู่ชั่วโมงที่ 2 ตำแหน่งผู้นำก็เปลี่ยนมือทันทีเป็นรถหมายเลข 4 เนื่องจากรถหมายเลข 28 เกิดเสียเอาดื้อๆ ชวดแชมป์ไปซะเฉยๆ ส่วนรถหมายเลข 90 หลังจากที่เกียร์ลากลับบ้านเก่าไปแล้ว ก็ยังไม่ล้มความตั้งใจ นักแข่งกลับมาพยายามขับรถอีกครั้ง แต่ไม่รู้จะแข่งขันต่อได้หรือไม่?
ใกล้หมด Session แรกรถแข่งที่ต้องออกจากการแข่งขันไปเริ่มมากขึ้นทุกที ทำให้รถแข่งที่ยังวิ่งแข่งขันกันอยู่ ก็ต้องประคองกันมากขึ้น ด้านหัวแถวจากผล Over All ยังคงเป็นรถหมายเลข 4 ของรุ่น Super Production 1500 ที่นำโด่ง ด้วยจำนวนรอบเกือบ 40 รอบสนาม ด้านบรรยากาศในพิทนั้นวุ่นวายกันยกใหญ่ เพราะรถแข่งในสนามทะยอยเข้าพิทกันเป็นแถว แต่สำหรับรุ่น Production 1500 ผู้ที่ทำเวลาและจำนวนรอบได้ดีที่สุดยังคงเป็นรถหมายเลข 19 ซึ่งก็หวังว่าคงไม่เร่งมาก จนต้องอกจากการแข่งขันไปซะก่อน
อีกเพียง 10 นาทีจะหมดเวลาของ Session แรก แต่นักแข่งก็สามารถทำรอบใน Session แรกนี้ได้ครบ 50 รอบสนามตามกติกาไปก่อน โดยมีรถหมายเลข 4 เข้าเส้นชัยรับธงตราหมากรุกเป็นคันแรก ส่วนอันดับที่ 2 รถหมายเลข 2 ดันไปเฉี่ยว อันดับที่ 3 รถหมายเลข 5 ในรอบสุดท้าย เลยเสียอันดับให้รถหมายเลข 19 เข้าเส้นชัยไปเป็นอันดับที่ 2 โดยที่ทั้งคู่ก็ยังนำรถกลับมาเข้าเส้นชัยรับธงตราหมากรุกได้ โดยรถหมายเลข 2 เข้ามาเป็นอันดับที่ 3 และรถหมายเลข 5 ตามเข้ามาเป็นอันดับที่ 4 |