เดือดสนามแรก ศึกบางแสนสุดระทึก
เริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับเทศกาลความเร็วของคนรักความแรง ริมชายหาดบางแสน ในช่วงสายๆ ของวันเสาร์ที่ 8 พ.ย. 51 อุ่นเครื่องเบาๆ ด้วยการซ้อมของรุ่น Super Bike ก่อนจะจับเวลาในช่วงเที่ยง เพื่อเอาใจคนรัก 2 ล้อ แล้วต่อด้วยรุ่น Retro Race ศึกรถคลาสสิค จับเวลารอบคัดเลือก ที่มาเติมความเร้าใจให้งาน ซึ่งคอรถคลาสสิคตัวแรง ไม่น่าพลาด ก่อนจะเริ่มสตาร์ทความเร้าใจในแบบ Big Match!!!
HK Mini
รุ่นเล็ก ที่ไม่เล็ก HK Mini สีสันแห่งความเร้าใจที่ลงสนามกันเกือบ 30 คัน เปิดประเดิมแมทช์แรกเพิ่มดีกรีความเดือดภายในงาน โดยมีจ่าฝูงเป็นรถหมายเลข 29 LEE YUK PING แต่วิ่งไปไม่กี่รอบสนามรถหมายเลข 29 ประตูหลุด แต่ก็ยังวิ่งต่อไปได้ ส่วนหมายเลข 49 Chak Wing Fai เข้าข่ายเดียวกันฝากระโปรงหลุด ส่วนผู้นำยังครองตำแหน่งไว้เหนียวแน่น แต่สุดท้ายรถก็มีปัญหาจอดเสียที่โค้ง MP10 อันดับ 1 จึงตกเป็นของรถหมายเลข 91 มานัส หอมสุวรรณ ทันที แต่ผิดพลาดทางเทคนิค แซงในเขตธงเหลืองจึงถูกปรับเวลาเพิ่ม ทำให้อันดับที่ 1 ตกเป็นของ KONG HAU MING ทันที
ดวลเดือดศึก Yaris
ชมรุ่น Yaris เจ้าจิ๋วจอมซ่าส์ ที่มาอาละวาดริมหาดบางแสน ถึง 10 คันนำทีมโดยรถหมายเลข 19 สิงห์ Yaris ตรัยธนิษฐ์ ฉิมตะวัน ตามด้วยศิษย์สำนักเดียวกันในรถหมายเลข 33 อลงกรณ์ ยั่งยืน เข้าสู่รอบที่ 2 รถหมายเลข 32 ของ Simon Yates วิ่งไปเบียดเข้ากับ รถหมายเลข 33 อลงกรณ์ ทำให้รถหมายเลข 32 Simon เสียหลักชนกองยางที่โค้ง MP3 ต้องออกจากการแข่งขันไป และทำให้รถหมายเลข 99 ของเรย์ แมคโดนัลด์ ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ทันที จนกระทั่งจบการแข่งขัน รถหมายเลข 19 ตรัยธนิษฐ์ เข้าเส้นชัยม้วนเดียวจบ ตามด้วยเรย์ แมคโดนัลด์ รถหมายเลข 99 เป็นอันดับ 2 และอลงกรณ์ ยั่งยืน รถหมายเลข 33 ตามมาเป็นอันดับที่ 3
Super 1500 / Super 1500 Open
ทัพนักรบจอมบู๊
ศึกรุ่น Super 1500 ดึงดีกรีความมันส์ ให้สูงปรี๊ด ด้วยทัพนักแข่งถึง 21 คัน และนับเป็นรุ่นที่น่าจับตามองรุ่นหนึ่ง ซึ่งฟาดฟันกันอย่างดุดเดือด นำทัพด้วยรถหมายเลข 43 ณัฐรัช กิติพงษ์พัฒนา และเพียงออกสตาร์ทรถหมายเลข 43 ก็โดนเบียดหมุนไป แต่ยังกลับมาแข่งขันต่อได้ ส่วนตำแหน่งผู้นำเปลี่ยนมือทันทีเป็นรถหมายเลข 41 ณัฐพงษ์ เลิศล้ำประเสริฐกุล ตามมาติดๆ ด้วย อานนท์ รอดประเสริฐ รถหมายเลข 18 และ หทัย ไชยวัณณ์ รถหมายเลข 3 ตามมาเป็นอันดับ 3
แต่พอเข้าสู่รอบที่ 3 หทัย ไชยวัณณ์ ก็สามารถส่งตัวเองขึ้นเป็นจ่าฝูงได้เป็นผลสำเร็จ ส่วนกลุ่มกลางๆ ที่พยายามจะแย่งตำแหน่งจนกระทั่งชนกันไปถึง 4 คันด้วยกัน ที่เสียหายน้อยที่สุดเป็นรถหมายเลข 78
สุทธิลักษณ์ บุญเจริญ ที่ประคองรถเข้าพิทได้
ไฮไลต์เด็ดศึกคู่ชิงจ่าฝูงระหว่างรถหมายเลข 3 หทัย ไชยวัณณ์ และหมายเลข 41 ณัฐพงษ์ เลิศล้ำประเสริฐกุล เกิดอุบัติเหตุ เพราะรถหมายเลข 41 ณัฐพงษ์ ชนท้ายรถหมายเลข 3 หทัย เข้าเต็มๆ และพอรอบถัดมาก็กลับมาเบียดกันอีกรอบ จนเกือบจะมีปัญหากัน จนต้องเข้าพิทไปทั้งคู่ ทำให้ตำแหน่งจ่าฝูงเลยตกเป็นของ รถหมายเลข 4 ขจรศักดิ์ ณ สงขลา โดยปริยาย และขึ้นนำยาวไปจนกระทั่งจบการแข่งขัน
สรุปผลการแข่งขัน Over All รุ่น Super 1500 และ Super 1500 Open อันดับที่ 1 ได้แก่รถหมายเลข 4 ขจรศักดิ์ ณ สงขลา เข้าเส้นชัยรับธงตราหมากรุกไปครองเป็นคันแรก และตามมาติดๆ ด้วยรถหมายเลข 18 ของ อานนท์ รอดประเสริฐ เข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ปิดท้ายด้วยอันดับที่ 3 รถหมายเลข 5 นราธิป เกิดช่วย
ขยับความแรง เติมความเร้าใจ รุ่น Super 1600
อีกรุ่นที่ดุเด็ด เผ็ดมันส์ไม่แพ้กัน และจำนวนรถที่ลงแข่งขันก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเท่าไหร่ ด้วยจำนวนถึง 17 คัน จ่าฝุงในรุ่นนี้มีรถหมายเลข 5 ณัฏฐวุฒิ ธงพานิช นำทีม ผ่านมาในรอบที่ 2 มีลุ้นกันเล็กน้อยเมื่อรถหมายเลข 18 อานนท์ รอดประเสริฐ ไปเบียดกับรถหมายเลข 7 ของปริทัศน์ พูลผล ที่โค้ง MP13
รอบต่อมารถหมายเลข 30 ของ ม.จ. นวพรรษ ยุคล ก็ไปชนกำแพงที่โค้ง MP14 จนหม้อน้ำแตกต้องออกจากการแข่งขันไป เกือบถึงช่วงกลางการแข่งขันรถหมายเลข 26 ของสัณต์ชัย ปกราณเสนีย์ กะจังหวะเลี้ยวผิดพลาด ที่โค้ง MP19 เลยรูดกำแพงไปทั้งแถบ แต่ยังโชคดีที่ไม่เสียหายนัก ยังแข่งขันต่อไปได้
กลุ่มนำอันดับที่ 1 ยังคงเป็นรถหมายเลข 5 ณัฏฐวุฒิ ส่วนรถหมายเลข 86 ของเอกสิทธิ์ เกรียงโกมล ที่ตามมาเป็นอันดับ 4 ก็ไปเสยรั้วกันเฉยๆ ที่โค้ง MP25 แต่ยังทำการแข่งขันต่อได้ คู่ที่น่าจับตามอง ต้องยกให้อันดับที่ 2 รถหมายเลข 17 ปรมินทร์ มีสมานยนต์ และชาญวิทย์ จิราษฏร์ รถหมายเลข 19 อันดับที่ 3 ที่ไล่บี้กันตลอด เรียกได้ว่าแทบหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว แต่ยิ่งใกล้การแข่งขันเท่าไหร่ คู่เด็ดเลยกลายไปเป็นระหว่างอันดับที่ 3 รถหมายเลข 19 และอันดับที่ 4 รถหมายเลข 86 ของเอกสิทธิ์ ก็ไล่บี้กันไม่ยอมห่างจนกระทั่งไปเบียดกันที่โค้ง MP13 ทำให้ตำแหน่งหล่นลงไปทั้งคู่ แต่ยังทำการแข่งขันกันต่อได้
จนกระทั่งจบการแข่งขันกันไป ผลรุ่น Over all อันดับที่ 1 ตกเป็นของรถหมายเลข 5 ณัฏฐวุฒิ ธงพานิช ขึ้นนำไปแบบม้วนเดียวจบ รับธงตราหมากรุกไปครอง และอันดับที่ 2 เป็นรถหมายเลข 17 ของปรมินทร์ มีสมานยนต์ ที่ตามมาติด ส่วนอันดับที่ 3 นั้นส้มหล่นใส่ตักไปเต็มๆ ให้กับรถหมายเลข 7 ปริทัศน์ พูลผล
สายฝนโปรย เพิ่มความเร้าใจให้
รุ่น Super Commonrail
ก่อนที่จะมีการสตาร์ทในรุ่น Super Commonrail เกิดฝนตกมาชุดใหญ่ทำให้สภาพแทรคไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ และอาจเกิดอันตรายได้ทำให้คณกรรมการ ตัดสินใจลดรอบสนามจากเดิม 14 รอบ เหลือเพียง 10 รอบสนาม แต่เพียงแค่ 10 รอบบนแทรคที่เปียกลื่น คงทำให้ดีกรีความมันส์พุ่งขึ้นเป็นแน่!!!
สำหรับผู้ที่ยืนแป้นตำแหน่งจ่าฝูงเป็นรถหมายเลข 29 จรัส แจ้งกมลกุลชัย ที่ควงคู่มากับ Colorado ตัวแรง แต่พอออกสตาร์ทปุ๊บ D-Max พันธืดุหมายเลข 4 ของขจรศักดิ์ ณ สงขลา ก็ฉวยโอกาสขึ้นนำเป็นจ่าฝูงทันที แต่ไม่ทันไรรถหมายเลข 88 ของบัณฑิต ปัณฑิตา ก็หลุดไปชนกองยางทันที แต่ก็ยังแข่งขันต่อไปได้
คู่ชิงสุดมันส์อันดับที่ 1 ระหว่างรถหมายเลข 4 ขจรศักดิ์ และรถหมายเลข 29 จรัส ยังเป็นอะไรที่แย่งชิงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่สุดท้ายรถหมายเลข 4 ขจรศักดิ์ อาศัยชั้นเชิงที่เหนือกว่าขึ้นเป็นจ่าฝูงจนได้ เกือบจะเข้าสู่รอบที่ 2 รถหมายเลข 88 ของบัณฑิต ก็หมุนไปอีกรอบที่ MP19
คู่ชิงอันดับ3 ยิ่งหน้าลุ้นระหว่างรถหมายเลข 3 ของหทัย ไชยวัณณ์ และรถหมายเลข 92 ของทรงศักดิ์ กรสิริสืบสกุล ซึ่งต่างก็ไม่มีใครยอมใคร และด้วยสภาพสนามที่เปียกลื่น ทำให้สิงห์กระบะคอมมอนเรลทุกคัน เข้าโค้งกันท้ายปัดแทบจะทุกคัน และในช่วงท้ายของการแข่งขันรถหมายเลข 24 ของปริทรรศน์ ทรรศนสฤษดิ์ ก็ไปหมุนขวางแทรคที่โค้ง MP26 แต่ยังสามารถแข่งขันต่อได้
ด้านกลุ่มนำยังคงเป็นรถหมายเลข 4 ของขจรศักดิ์ ที่ต้องแบกรับความกดดันของผู้ที่ไล่ตามอย่างไม่ลดละ แต่ก็สามารถลอยลำเข้าเส้นชัยไปได้อย่างสบายๆ
สรุปผลการแข่งขัน Over All รุ่น Super Commonrail ผู้ที่คว้าธงตราหมากรุกไปครองเป็นคนแรก คือรถหมายเลข 4 ของ ขจรศักดิ์ ณ สงขลา ตามมาติดๆ ด้วยรถหมายเลข 29 ของ จรัส แจ้งกมลกุลชัย ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของรถหมายเลข 92 ทรงศักดิ์ กรสิริสืบสกุล
Super 2000
ฝีมือจัดจ้าน พิษสงรอบตัว!!!
มาถึงรุ่นใหญ่เต็มเสต๊ป รุ่น Super 2000 ที่อัดแน่นด้วยนักแข่งฝีเท้าหนัก ระดมทัพลงสู่ศึกทางเรียบแห่งปี
รุ่นนี้นำทัพด้วยรถหมายเลข 38 Integra ตัวแรงของ ชยุส ยังพิชิต แต่รุ่นนี้ไว้ใจใครไม่ได้ เพราะฝีมือเหลือร้ายพอๆ กัน และคงไม่มีใครยอมใครเป็นแน่! เพราะการแข่งขันถูกลดรอบลงเหลือ 10 รอบเท่านั้น
สิ้นสัญาณไฟสตาร์ท ยังไม่ทันไร ก็มีรถต้องออกจากการแข่งขันกันแล้ว เพราะชนกันไป 3 คัน ที่โค้งMP2 ส่วนรถหมายเลข 31 ของอัครเดช เตชะสัตยา ก็หลุดโค้งไปชนกองยางที่โค้ง MP4 แต่ยังแข่งขันต่อไปได้ ด้านกลุ่มนำ ตำแหน่งจ่าฝูงตกเป็นจองรถหมายเลข 9 Thomas Raldorf ตามมาติดๆ ด้วยรถหมายเลข 38 ชยุส ยังพิชิต อีกคู่ที่น่าติดตามระหว่างรถหมายเลข 44 แจ็ค แลมวาร์ด และรถหมายเลข 11 กรัณฑ์ ศุภพงษ์ ที่ไล่บี้กันสุดฤทธิ์ แต่ดูเหมือนโชคไม่เข้าข้างรถหมายเลข 44 ของแจ๊ค เพราะรถมีปัญหาที่โค้ง MP20 จึงทำให้แผ่วลงไป
เข้าสู่รอบที่ 4 รถหมายเลข 36 ของปรีดา ตันเต็มทรัพย์ โดนชนจนหมุนขวางแทรค ต้องนำรถเข้าพิทด่วน แต่ไปไม่รอดต้องจอดอยู่ข้างแทรคที่โค้ง MP23 ส่วน Thomas Raldorf รถหมายเลข 9 ยังคงครองตำแหน่งจ่าฝูงอยู่ ตามด้วยรถหมายเลข 38 ของชยุส ยังพิชิต จนใกล้จะจบการแข่งขัน รถหมายเลข 27 ของ วิศรุต แซ่ลิ้ม เสียหลักหมุนไปกระแทกกับรถหมายเลข 16 ของณัฐวุมิ ทิพากร ที่โค้ง MP22 ต้องออกจากการแข่งขันไปทั้งคู่
กลุ่มนำเริ่มเปลี่ยนอันดับกันแล้ว เมื่อรถหมายเลข 11 ของกรัณฑ์ เสียบแซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูง ส่วนรถหมายเลข 3 ของ หทัย ก็ไล่กดดันกันไม่ยอมห่าง ส่วนอันดับที่ 3 ได้แก่ แจ็ค แลมวาร์ด จอมซ่าทางเรียบ ที่เสียบแซง รถหมายเลข 9 ของ Thomas ก่อนเข้าเส้นชัยไปเพียงนิดเดียว
สรุปผลการแข่งขัน Over All รถหมายเลข 11 ของกรัณฑ์ ศุภพงษ์ อาศัยเทคนิค และจังหวะปิดไลน์เข้าเส้นชัยรับธงตราหมากรุกไปเป็นคันแรก ตามมาด้วยรถหมายเลข 44 ของแจ็ค แลมวาร์ด ที่ได้รับตำแหน่งที่ 2 ไปโดยปริยาย เนื่องจาก รถหมายเลข 3 ของหทัย ไชยวัณณ์ โดนธงดำ ปรับออกจากการแข่งขัน เนื่องจากออกมาจากพิทสตาร์ทก่อนกรรมการปล่อยตัว และปิดท้ายอันดับที่ 3 เป็นของรถหมายเลข 38 ชยัส ยังพิชิต
Super Car
ศึกรุ่นใหญ่แห่ง Bangsaen Festival
ศึกสุดยอดที่เป็นไฮไลต์ และเป็นรุ่นที่รอคอยของหลายคน บนสนามเฉพาะกิจแห่งปี ศึกนี้เปี่ยมไปด้ยทัพนักแข่งขั้นแนวหน้าของประเทศไทย ลงสนามกับรถที่เป็นสุดยอดแห่งวงการทางเรียบ ซึ่งสนามนี้สุดทางตรงสามารถวิ่งกันได้ถึงเฉลี่ยประมาณ 300 กม./ชม. แต่ทั้งนี้ก็ต้องยั้งเอาไว้บ้างเพื่อความปลอดภัย
รุ่นนี้นำทีมโดยทายาท AAS วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ PORSCHE 911 (993 TURBO) กบมหากาฬหมายเลข 18 และอันดับที่ 2 บนกริดสตาร์ทตกเป็นของ ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ Altis คู่ใจหมายเลข 39 แต่ดูเหมือนสนามนี้จะง่ายดายสำหรับรถหมายเลข 18 ของวุฒิกร เพราะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง ปิติ ภิรมย์ภักดี รถหมายเลข 12 ต้องไปอยู่เกือบท้ายแถว เพราะรถประสบเหตุวันซ้อมค่อนข้างจะหนักเอาการ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็คงจะประมาทกันไม่ได้เด็ดขาด !!!
หลังสัญญาณไฟสตาร์ทดับลงรถหมายเลข 18 วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ ก็ถูก วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี ชิงตำแหน่งจ่าฝูงไปทันทีตั้งแต่รอบแรก แล้วก็ตามมาติดๆ ด้วยรถหมายเลข 14 ริคคาโด้ เฮเรล่า พอร์ส แต่ที่น่าดูที่สุดต้องยกนิ้วให้รถหมายเลข 12 ปิติ ภิรมย์ภักดี ซึ่งออกสตาร์ทจากอันดับที่ 20 ขึ้นสู่อันดับที่ 2 ได้ในเวลาเพียง 2 รอบสนามเท่านั้น
ในรอบที่ 3 รถหมายเลข 8 ของสนธยา คุณปลื้ม แฉลบหลุดออกไปชนกองยางโค้ง MP19 แต่ยังกลับเข้าสู่สนามแข่งขันต่อได้ ส่วนรถหมายเลข 33 ของสรวงศ์ เทียนทอง สไลด์ไปเฉี่ยวขอบแทรค แล้วไหลไปชนสุดทางตรงที่โค้ง MP2 ทำให้รถเซฟตี้คาร์ ต้องออกนำขบวนเพื่อเคลียร์รถออกจากแทรคเป็นการด่วน
หลังจากเซฟตี้คาร์ออกจากแทรค จ่าฝูงยังคงเป็นรถหมายเลข 81 ของ วรวุฒิ ตามด้วย ปิติ หมายเลข 12 และอันดับที่ 3 รถหมายเลข 28 มาเข้าสู่รอบที่ 8 รถหมายเลข 12 ของปิติ ใช้ช่วงสุดทางตรงเร่งแซงรถหมายเลข 81 ไปง่ายๆ และขึ้นนำเป็นจ่าฝูงทันที ขณะเดียวกันรถหมายเลข 45 ของอาภาธร กรรณสูต ก็ไปดันท้ายรถหมายเลข 26 ของรับพงศ์ ห่อทองคำ จนไหลไปชนขอบแทรคที่โค้ง MP13
10 รอบสนามผ่านไป รถหมายเลข 81 ของวรวุฒิที่มาเป็นอันดับที่ 2 เกิดยางแตกต้องเข้าพิทด่วน ปล่อยให้ตำแหน่งตกไปอยู่กับรถหมายเลข 28 ชนมสวัสดิ์ อัศวเหม
อีกคู่ที่ต้องลุ้นกันน่าดูชม คือศึกระหว่างรถหมายเลข 45 ของอาภาธร กรรณสูต และรถหมายเลข 8 ของ สนธยา คุณปลื้ม ที่ไล่ตามกดดันชนิดหายใจรดต้นคอ กันเลยทีเดียว ในรอบที่ 12 มีเสียวกันเล็กน้อย เมื่อรถหมายเลข 9 ของประเสริฐ ครุจิตร เสียหลักหลุดไปชนขอบแทรคที่ดค้ง MP3 แต่ก็ยังสามารถแข่งขันต่อไปได้ ใกล้จบการแข่งขันศึกระหว่างรถหมายเลข 8 สนธยา คุณปลื้ม และรถหมายเข 45 อาภาธร กรรณสูต รู้ผลแล้ว เพราะรถหมายเลข 8 เสียบแซงขึ้นมาเป็นอันดับที่ 10 จนสำเร็จ
จบการแข่งขันรุ่น Over All ปิติ ภิรมย์ ภักดี รถหมายเลข 12 ไล่ขึ้นมาจากตำแหน่งที่ 20 ขึ้นสู่อันดับที่ 1 เข้าเส้นชัยคว้าธงตราหมากรุกไปป็นคันแรก ตามด้วยรถหมายเลข 28 ของ ชนมสวัสดิ์ อัศวเหม เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 ปิดท้ายอันดับที่ 3 ด้วยรถหมายเลข 44 ของ สุนิจ ศรีแสนสุชาติ
Retro Car
ศึกรถซิ่ง ยุคคลาสสิค & Drift Show
ปิดท้ายวันด้วยการแข่งขันของรถเก่าสุดคลาสสิค ที่เป็นอีกหนึ่งสีสันของงาน ในการแข่งขันวันแรก ซึ่งใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้รถเก่า คงไม่น่าพลาด เพราะศึกนี้ก็ดุเดือดไม่แพ้กัน และจบการแข่งขันไปโดยรถหมายเลข 12 ของ สรัญ เสรีธรณกุล เข้าเส้นชัยรับธงตราหมากรุกเป็นคันแรก และตบท้ายวันด้วยการ Drift Show ของมือดริฟท์ระดับชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ก่อนจะลาจากกันไปในวันแรกของรายการ Bangsaen Thailand Speed Festival 2008 |